ความทรงจำอันเลือนราง แรกเลยไม่ค่อยได้ลงภาพนาที่เวียดนามมานานมาก รอให้ตลาดวาย พอตลาดวายแล้วก็ลืมไป แล้วก็มีภาพใหม่ๆมาให้ทำ ให้ถ่าย จนวันนี้ได้มีโอกาสปัดฝุ่นภาพ เอาออกมาทำ



พอจับมาทำก็นึกถึงวันที่ไป ไปยืนอยู่ตรงนั้น วันที่ผมตื่นตอนเช้าๆ ตั้งแต่ตีสาม เก็บของเตรียมของ ออกรถมอไซต์ที่เช่าไว้ จากมู๋กังจ๋าย ไปตูเล่ ระยะห่างประมาณ 40 กิโลเมตร อากาศที่ขับไปหนาวแทบขาดใจ หมอกลงแทบมองไม่เห็นทาง มืดมิดและเปลี่ยวเปล่า ไม่มีรถ หรือคน สวนทางมาเลย แล้วผมก็มาถึงตุเล่ เช้าพอดี


ตูเล่ เป็นที่ราบลุ่มแอ่งกะทะ สามารถ ถ่ายรูปได้ทั้งวัน ไม่ว่าจะแสงเช้า แสงเย็น หรือวิถีชีวิตคนในช่วงกลางวัน ผมมาที่นี้ หนึ่งวัน ไปกลับ ด้วยทุนทรัพย์ที่มีน้อยนิดและจำกัด เลยไม่ได้พักที่นี้ ต้องกลับไปพักที่มู่กังจ่าย ที่จ่ายเงินแชร์ค่าที่พักกับคนอื่นๆ

แสงเช้าที่นี้สวยงามมาก พร้อมกับชีวิตที่เงียบง่าย เป็นไปอย่างช้าๆของผู้คนที่นี้ ด้วยความที่สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เวลาขอถ่ายรูป ใช้ภาษาใบ้ในการขอถ่ายรูปคน ด้วยรอยยิ้ม คนที่นี้อัธยาศัยดี ทั้งชาวนา ปั้มน้ำมัน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ผมก็ใช้ภาษาใบ้และใช้มือถือให้ดูรูปอาหาร กดเครื่องคิดเลข ถามราคา คิดอยู่ว่าถ้ามือถือหายจะทำยังไง ฮ่าๆ

พอแสงเช้าเริ่มแข็งผมก็ไปถ่ายรูปเล่นที่ใกล้ๆนี้ และไปพบกับชาวนาคนหนึ่ง ชวนผมไปกินน้ำชาที่บ้าน ด้วยความที่เป็นคนไทยขี้เกรงใจ ไม่อยากไปกลัวรบกวน สุดท้ายทนแรงตื้อไม่ได้ก็ไป ลืมถามชื่อด้วย มีเด็กๆสองสามคนตามมาด้วย พอขึ้นไปถึงบ้านก็หาน้ำชา และเหมือนจะหาข้าวให้ทาน กินแต่น้ำชาแต่ไม่ได้กินข้าวด้วย คุยกันด้วยภาษามือ และภาษารูป ก็พอจะได้ความของผู้ใหญ่ใจดีท่านนี้ ไม่นานผมก็กลับไปในแอ่งกะทะตูเล่ นอนใต้ร่มไม้ มองดูพารามอเตอร์บินไปบินมา

เมื่อถึงเวลาเย็นก็ออกไปถ่ายรูปใหม่ มุมแสงเย็น และได้มาเจอเพื่อนรักนักถ่ายภาพชาวไทย น้ามนัส พี่นก พี่นัน ที่มุมข้างทาง ได้ยินเสียงเรียกโจ้ๆ มาแต่ไกล ผมก็ไม่หัน ไม่คิดว่าจะมีใคร หรือคนไทยที่รู้จักเรา ( สุดท้ายแก้งค์นี้ก็โดน รร ตูเร่ เบี้ยวไม่รับจองห้อง ได้มาเบียดนอนที่มู๋กังจ๋าย อิอิ ) ผมก็ถ่ายๆและย้ายมุมไปเรื่อย จนค่ำ แล้วผมก็ขับมอไซต์กลับตามเดิม ถึงมูน โดยสวัสดิภาพ

นี้คือความทรงจำอันเลือนรางของผม และมันชัดขึ้นเรื่อยๆที่ได้เห็นรูปที่เราได้ไปถ่าย มันทำให้เราคิดถึงวันที่เราเริ่มถ่ายภาพ มันเริ่มจากเราต้องการบันทึกภาพความประทับใจนั้นให้มันอยู่ตราบนานเท่านาน และอยากแชร์ให้คนอื่นได้รู้สึก ได้เห็น อย่างที่เราเห็น อย่างที่เรารู้สึก

กล้องมันทำให้ผมได้ไปพบกับสิ่งประทับใจอื่นๆอีกมากมาย ทั้งมิตรภาพ ทั้งประสบการณ์ ทั้งความรู้ และอื่นๆ ไว้ผมจะมาเขียนไดอารี่บันทึกไว้ให้อ่านอีกนะครับ วันนี้ สวัสดี


18 ตุลาคม 2014 ตูเร่ ห่างจาก มู๋กังจ๋าย กว่า40กิโลเมตร การที่จะมาเก็บแสงเช้าต้องมาพักที่ตูเร่เลย แต่ด้วยงบประมาณจำกัด และปัจจัยอื่น ผมเลยเลือกที่จะตื่นตี3ครึ่ง เดินทางมาเก็บแสงเช้าที่ตูเร่ ขับมาเรื่อยๆตอนเช้าๆอากาศหนาวมากๆหนทางเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มืดๆ เปลี่ยวๆ แต่ใจมันรัก แฮะๆ


สุดท้ายก็มาถึงจนได้ ตี5กว่าๆ มาถึงก็สตั้น อึ้งไปเพราะไม่รู้จะถ่ายอะไรมันกว้างมากๆ และมีแต่สถานที่สวยๆ มุมสวยๆ ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดี เลยสำรวจก่อน มาร์คจุดว่าจะกลับมาถ่ายตอนแดดออก แต่สุดท้ายก็ลืม อิอิ ไปหน้าเรื่อยๆ


ผมก็อยู่ตูเร่ทั้งวัน แสงเช้า แสงเย็น ตอนกลางวันก็ถ่ายวิถีชีวิต ในแอ่งกะทะ ของตูเร่ กิจกรรมเยอะมากๆ เดวจะมาลงให้ดูเรื่อยๆ วันนี้ สวัสดีจ้า



 

 


เขียนข่าววันที่ : 19 สิงหาคม 2559
ประเภทข่าวสาร : บทความ
Tags : Tu Le   Yen Bai   Veitnam  agroculture   asia   asian   bali   burma   cambodia   china   control   county   curve   earth   ecology   environment   farm   field   food   green   ground   grows   horticulture   indochina   land   landscape   lao   leaf   local   malaysia   management   mountain   myanmar   nature   outside   patchwork   plant   plantation   regulation   rice   rough   saigon   soil   sunset   terrace   thailand   travel   valley   vietnam