ความมหัศจรรย์ของแสง #3 ศิษย์มีครู

ความมหัศจรรย์ของแสง #3 ศิษย์มีครู

“มีความเข้าใจผิดมานานเรื่องวิธีการถ่ายให้หลังมืดกว่าสีฉากหลังคือเอาไฟสตูดิโอไปไว้ไกลๆ ซึ่งผิดมากๆ “

คำพูดของครูแดง Jakarin Passorndiloklert ยังดังก้องในหู ครูคนแรกที่สอนถ่ายภาพ สอนเรื่องแสงและไฟสตูดิโอ ความจริงคือ และขยายความ

1.ตั้งไฟสตูดิโอให้ใกล้ๆตัวแบบให้มากที่สุด

การตั้งไฟให้ใกล้แบบนั้นยังทำให้แสงที่ได้นุ่มกว่าเดิม และได้กำลังไฟเพิ่มมากขึ้น ครึ่งหนึ่งของระยะที่วาง จะได้กำลังไฟเพิ่มขึ้น 1 Stop วิธีการถ่ายให้หลังมืด กับฉาก ทำไมแสงที่ตก มันไม่ตกที่ฉากด้วยเหรอ

ตกครับ แต่น้อยมาก เพราะ ระยะทางที่ขยับเข้ามาทำให้ได้กำลังไฟเพิ่มขึ้น 1 Stop เช่น วางไฟห่างแบบไป 2 เมตร กำลังไฟ 1/2 ถ่ายแสงพอดีที่ f8 iso 200 ถ้าเราขยับไฟเข้ามาเป็น1เมตร กำลังไฟจะเพิ่มขึ้น ถ้าอยากให้แสงที่หน้าคนพอดี เราต้องลดรูรับแสงลงไปอีก(ถ้าไม่ลดแสงที่หน้าแบบจะสว่างไปอีก1stopถูกมะ ซึ่งมันก็จะโอเวอร์ได้) เป็น f11 (3เก๊กที่เราหมุน=1stop หรือ 1/3หรือ .3 stop)

เมื่อ f เพิ่มขึ้นแสงไปฉาบที่ฉากก็จะมืดลง ฉันใด งง ตามทันไหม อิอิ เอางี้ง่ายๆ แสงวินโดว์ไลท์ ถ้าเราเอาแบบไกลจากหน้าต่าง แสงที่หน้าแบบจะน้อย เราต้องเพิ่มแสงถูกมะโดยการลดสปีดชัตเตอร์ลงไปเพื่อเก็บแสงให้พอดี แต่ถ้าเราขยับแบบใกล้ๆหน้าต่าง เราก็ต้องเพิ่มสปีดให้มันไวขึ้น เพื่อให้แสงที่หน้าแบบพอดี

เมื่อแสงที่แบบพอดี แต่สปีดเพิ่มขึ้น ฉากในห้องก็จะมืดลงด้วย ฉันนั้น

2.ยิงไฟให้แรงๆแต่ไม่เกิน80%ของความแรงสูงสุด

แฟรชจะมีตัวเก็บประจุไฟฟ้าที่เรียกว่า Capacitor การยิงไฟเต็มกำลังมากๆ จะทำให้ชาจนานกว่าปรกติ ทั้งยังไม่ถนอมการใช้งานของแฟรช การยิงไม่เต็มกำลัง แต่เพิ่ม Iso หรือ ขยับไฟเข้าหาแบบจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากขึ้น ชาจได้ไวขึ้น และหากหลีกเลี่ยงได้ก็อย่าให้สปีดชัตเตอร์เกิน 1/200 เพราะกำลังไฟจะเสียไปกับ ไฮสปีดซิง ซึ่งมันยิงรัวๆเพื่อให้สัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราวัดแสงพอดี (ถ่ายดู) ได้ค่า s1/100 f11 iso100 กำลังไฟแฟลช 1/1Fokon Sp360 กำลังไฟสูง 360 วัตต์ – GN 80 ที่ ISO 100 – Hi-Speed Sync 1/8000 sec – แบตเตอรี่ ยิงเต็มกำลังได้ 450 ครั้งถ้ายิง 1/1 จะได้ 450 ซึ่งจะอยู่ได้ไม่ถึง 1 วันแน่ๆ มีซีนต่างๆที่ต้องใช้ไฟอีกเยอะเรามาบริหารให้ใช้ได้เยอะและถนอม

ทำไงดีละ ก็ลดกำลังไฟไงละ ถ้ายิง 1/2 จะยิงได้ตามทฤษฏี 900 ใบค่าแรกที่วัดได้ s1/100 f11 iso100 Flash1/1 =450ดังนั้น s1/200 f11 iso200 Flash1/2 =900แอ๊ะ มันเท่ากันจริงเปล่า อิอิ คิดๆๆ นี้ละคือความมหัศจรรย์ของแสงถ้าอยากได้เยอะอีกละทำไง s1/250 f8 iso200 Flash1/4 =1800 แบบนี้ได้เปล่า อิอิ

3.จัดไฟแบบเรมบรานท์…

เพียงเท่านี้ก็สวยดังใจครับผม 😊การจัดไฟแบบเรมบรันดท์ (Rembrandt lighting)เป็นแสงที่เข้าหาแบบจากทางด้านบน รวมเอาลักษณะแสงแบบแคบ (Short Light หรือ Narrow Light) และแสงแบบผีเสื้อ (Butterfly Lighting) เข้าด้วยกันแสงหลักจะวางอยู่สูงขึ้นไป และอยู่ด้านหน้าข้างของใบหน้า ทำให้แสงตกลงบนใบหน้าของแบบไม่ท่ากันทั้ง 2 ด้านทำให้ใบหน้าของตัวแบบเกิดเงาสีดำใต้ขอบตา และมีแสงบางส่วนตกที่บริเวณแก้มชื่อของแสงแบบนี้

ใช้ชื่อตามช่างเขียนชาวดัทซ์ Rembrandt ซึ่งเป็นศิลปินที่ชอบวาดภาพในลักษณะแสงประเภทนี้เป็นประจำและมีชื่อเสียงที่โดงดังแสงประเภทนี้เหมาะสำหรับภาพที่ดูเศร้า เนื่องจากช่วยดึงอารมณ์เศร้าโศก เคร่งขรึม ลึกลับ ของผู้ชมได้มากกว่าแสงประเภทอื่นๆ เรื่องความมหัศจรรย์ของแสง ไว้ติดตามกันนะครับ ถ้าสนใจกันจริงๆผมอาจเปิดสอนเวิกชอบสักวันสองวัน เอาความรู้และประสบการณ์มาบอกต่อนำไปต่อยอดในสายงานของท่านต่อไปได้ สวัสดี

อ้างอิงครูแดง Jakarin Passorndiloklert

Why REMBRANDT Lighting Matters | Photography Tipshttps://www.youtube.com/watch?v=6YytoDC6tSM

Rembrandt lightinghttps://en.wikipedia.org/wiki/Rembrandt_lighting

การถ่ายภาพในสตูดิโอ เอกสารประกอบการสอนwww.Chanwity.com

Leave a Reply

Your email address will not be published.